
สร้างราวสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กลางพุทธศตวรรษที่ 21 — บูรณะครั้งใหญ่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ พ.ศ. 2206
ป้อมเพชร
มองไปยังมุมตะวันออกเฉียงใต้สุดของเกาะเมือง ตรงจุดที่แม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกับเจ้าพระยา แนวอิฐเตี้ยๆ ที่ยื่นออกมาจากตลิ่งคือ ป้อมเพชร ป้อมปราการที่แข็งแกร่งและสำคัญที่สุดในบรรดาป้อมรอบกรุงกว่ายี่สิบป้อม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิโปรดให้ก่อขึ้นด้วยอิฐและศิลาแลงราวกลางพุทธศตวรรษที่ 21 หลังศึกครั้งแรกกับพม่า เมื่อสยามก้าวเข้าสู่ยุคปืนไฟ ผนังหนาถึง 14 เมตร รูปทรงหกเหลี่ยมยื่นล้ำแนวกำแพงเมือง เจาะช่องปืนใหญ่แปดช่องกวาดคุมลำน้ำ เรือสำเภาต่างชาติทุกลำต้องทอดสมอ ณ ที่นี้เพื่อตรวจค้นก่อนเข้าเมืองหลวง ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์โปรดให้วิศวกรเยสุอิตชาวซิซิลีบูรณะใหม่ใน พ.ศ. 2206 ป้อมส่วนใหญ่ของกรุงถูกรื้ออิฐไปสร้างกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 1 ป้อมเพชรจึงเป็นหนึ่งในสองป้อมที่ยังหลงเหลือให้เห็นถึงทุกวันนี้
วิศวกรรมของป้อมในยุคดินปืน
ป้อมเพชรถูกวางรากด้วยอิฐและศิลาแลง วัสดุคู่กันที่ช่างอยุธยาไว้ใจ ศิลาแลงรับแรงกระแทกและความชื้นริมน้ำ ส่วนอิฐก่อเป็นผิวเรียบด้านนอก แกนกลางของกำแพงอัดแน่นด้วยเศษอิฐและดินถม จนหนาถึงราว 14 เมตรในบางช่วง เพื่อดูดซับแรงจากกระสุนปืนใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการสงครามในเวลานั้น ตัวกำแพงเชิงเทินสูงราว 6.5 เมตร มีทางเดินกว้างพอให้ทหารเคลื่อนปืนและกระสุนได้สะดวก
เอกสารเก่ากล่าวถึงช่องปืนใหญ่แปดช่องที่เปิดกวาดผิวน้ำ พร้อมปืนอีกหลายกระบอกตั้งบนรางด้านล่าง รูปทรงของป้อมเองก็เปลี่ยนไปตามยุค ภาพเขียนของโยฮันเนิส ฟิงบุนส์ ราว พ.ศ. 2208 ยังแสดงป้อมทรงกลม ก่อนจะถูกปรับให้เป็นป้อมเหลี่ยมยื่นออกไปในสมัยต่อมา เพื่อลบมุมอับสายตาและเปิดวิถียิงให้กว้างขึ้น เป็นหลักการป้อมปราการยุโรปที่ผสานเข้ากับฝีมือช่างสยาม
พระมหาจักรพรรดิ สงครามพม่า และวงแหวนป้อมรอบเมือง
ป้อมเพชรถือกำเนิดจากบทเรียนของสงคราม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงครองราชย์ราว พ.ศ. 2091 ถึง 2112 และไม่นานหลังศึกครั้งแรกกับพม่าราว พ.ศ. 2092 ก็ทรงเร่งเสริมแนวป้องกันพระนคร สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าป้อมเพชรและป้อมสัตกบสร้างขึ้นในรัชกาลนี้เอง เมื่อพระองค์ทรงตระหนักว่าอยุธยาได้ก้าวเข้าสู่ยุคดินปืน ที่ปืนใหญ่กลายเป็นตัวชี้ขาดในสนามรบ
ป้อมเพชรมิได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว หากเป็นหมุดสำคัญที่สุดในวงแหวนป้อมและกำแพงเมืองที่ล้อมเกาะเมืองอยุธยาไว้ทั้งด้าน ป้อมกระจายตามแนวกำแพงที่เลียบสายน้ำ คุมทางเข้าออกทุกด้านของเกาะ ด้วยทำเลที่มุมตะวันออกเฉียงใต้อันเป็นปากทางน้ำ ป้อมเพชรจึงได้รับการเสริมให้แข็งแรงเป็นพิเศษ กลายเป็นบานประตูด่านแรกที่ศัตรูและพ่อค้าต่างแดนต้องเผชิญก่อนถึงราชธานี
ด่านศุลกากร การบูรณะของพระนารายณ์ และการอยู่รอดมาถึงวันนี้
ก่อนถึงยุคการค้ารุ่งเรือง เรือต่างชาติที่แล่นทวนน้ำเจ้าพระยาขึ้นมาไม่อาจล่วงพ้นจุดนี้ไปได้ ป้อมเพชรจึงทำหน้าที่เป็นด่านตรวจและศุลกากร ทุกลำต้องทอดสมอเพื่อรับการตรวจและขนถ่ายสินค้า ก่อนได้รับอนุญาตให้เข้าสู่พระนคร ทำเลปากน้ำจึงมิได้มีค่าเพียงทางยุทธศาสตร์ หากยังเป็นประตูเศรษฐกิจที่ความมั่งคั่งของราชอาณาจักรไหลผ่าน
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ราว พ.ศ. 2206 ทรงให้บูรณะกำแพงและป้อมของพระนครครั้งใหญ่ โดยมีบาทหลวงเยสุอิตชาวซิซิลี โตมาโซ วัลกวาร์เนรา เป็นผู้อำนวยการงาน สืบเนื่องไปหลายปี ครั้นถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อป้อมอื่น ๆ ส่วนมากถูกรื้ออิฐไปสร้างพระนครแห่งใหม่ที่บางกอก ป้อมเพชรกลับรอดพ้นมาได้ นับเป็นหนึ่งในสองป้อมของอยุธยาที่ยังยืนหยัดให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันได้รับการปรับเป็นสวนสาธารณะริมน้ำ
มองจากสายน้ำ ณ จุดบรรจบปากน้ำ
จากดาดฟ้าเรือ ป้อมเพชรปรากฏเป็นแนวกำแพงอิฐเตี้ย ๆ สีน้ำตาลอมแดง หมอบอยู่ตรงมุมที่แม่น้ำป่าสักไหลลงบรรจบเจ้าพระยา ตรงนี้สายน้ำกว้างออกและกระแสสองสายมาพบกัน ผิวน้ำจึงกระเพื่อมเป็นริ้ว กำแพงที่เคยสูงตระหง่านวันนี้เหลือเพียงเชิงเทินและฐานศิลาแลง แต่ก็ยังอ่านออกได้ว่าครั้งหนึ่งปืนใหญ่เคยเล็งกวาดไปทั่วผิวน้ำเบื้องหน้านี้
ยามแสงอ่อนของเช้าหรือเย็น อิฐเก่าจะอมสีทองอบอุ่น ตัดกับเงาไม้ใหญ่ริมตลิ่งและประกายน้ำ เป็นภาพที่เงียบสงบจนแทบลืมว่าครั้งหนึ่งที่นี่คือด่านที่คึกคักที่สุดของราชธานี ทุกลำเรือต้องหยุดรอ ณ จุดนี้ การได้ล่องผ่านช้า ๆ จึงเท่ากับเดินตามรอยเรือสำเภาและเรือรบที่เคยแล่นเข้าสู่กรุงศรีอยุธยาเมื่อหลายศตวรรษก่อน
รู้ไหมว่า
รู้หรือไม่ ชื่อ "ป้อมเพชร" หมายถึงเพชร สื่อว่าเป็นป้อมที่แกร่งที่สุดของกรุงศรีอยุธยา และเป็นด่านตรวจที่เรือสำเภาต่างชาติทุกลำต้องหยุดก่อนเข้าเมืองหลวง
คำถามที่พบบ่อย
ป้อมเพชร (Diamond Fort) สร้างขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง+
เชื่อกันว่าสร้างในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (ราว พ.ศ. 2091–2112) ไม่นานหลังศึกกับพม่าครั้งแรกราว พ.ศ. 2092 ต่อมาในราว พ.ศ. 2206 สมเด็จพระนารายณ์โปรดให้บูรณะครั้งใหญ่ โดยมีบาทหลวงเยสุอิตชาวซิซิลี โตมาโซ วัลกวาร์เนรา เป็นผู้อำนวยการงาน
ทำไมจึงเรียกว่า “ป้อมเพชร”+
ชื่อ “ป้อมเพชร” สื่อถึงการเป็นป้อมที่แข็งแกร่งและสำคัญที่สุดในบรรดาป้อมรอบพระนคร เปรียบดังเพชรที่แข็งที่สุด อีกทั้งยังเป็นด่านศุลกากรที่เรือต่างชาติทุกลำต้องหยุดรับการตรวจก่อนเข้าสู่ราชธานี
ทำไมป้อมเพชรจึงยังคงอยู่ ทั้งที่ป้อมอื่นถูกรื้อไปเกือบหมด+
เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ป้อมและกำแพงเมืองอยุธยาส่วนใหญ่ถูกรื้ออิฐไปสร้างพระนครใหม่ที่บางกอก แต่ป้อมเพชรกลับรอดพ้นมาได้ นับเป็นหนึ่งในสองป้อมของอยุธยาที่ยังยืนหยัดให้เห็นจนถึงปัจจุบัน และได้รับการปรับเป็นสวนสาธารณะริมน้ำ
จะชมป้อมเพชรจากแม่น้ำได้อย่างไร+
ป้อมเพชรตั้งอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมือง ตรงจุดที่แม่น้ำป่าสักไหลลงบรรจบเจ้าพระยา จึงเห็นได้ชัดเจนจากเรือที่ล่องเลียบเกาะ ป้อมนี้เป็นหนึ่งในจุดชมของเส้นทางล่องรอบเกาะเมืองกับ Mercury Cruise ที่พาผ่านหน้าป้อมพร้อมเล่าเรื่องราวไปตามสายน้ำ
© Daniel R. Witte, Wikimedia Commons (CC BY-SA)