← ทุกบทความ

Journal

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยาใน 1 วัน: เส้นบกที่ไม่วกวน และเส้นน้ำที่คนโบราณใช้จริง

โดย The Mercury Editors30 กรกฎาคม 25695 นาที

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยาใน 1 วัน: เส้นบกที่ไม่วกวน และเส้นน้ำที่คนโบราณใช้จริง

ไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยาในวันเดียวทำได้จริง และไม่ต้องรีบจนไม่ได้ไหว้ — เงื่อนไขมีข้อเดียวคือลำดับต้องถูก วัดมงคลของกรุงเก่ากระจายอยู่ทั้งบนเกาะเมืองและรอบเกาะ ถ้าไล่ตามชื่อเสียงทีละวัดโดยไม่ดูแผนที่ วันของคุณจะหมดไปกับการขับวนข้ามสะพานเดิมซ้ำ ๆ แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่แผนไหว้พระแทบทุกฉบับไม่เคยเล่า คือวัดสำคัญหลายแห่งของอยุธยาไม่ได้หันหน้าเข้าถนน มันหันหน้าเข้าแม่น้ำ เพราะในยุคที่กรุงนี้ยังเป็นราชธานี ผู้คนมาถึงวัดกันทางเรือ การไหว้พระทางน้ำจึงไม่ใช่ลูกเล่นของคนยุคนี้ แต่เป็นเส้นทางดั้งเดิมก่อนถนนสายแรกจะถูกตัด บทความนี้จะให้ทั้งสองอย่าง เส้นบกที่ไม่วกวน และเส้นน้ำที่เป็นรากเหง้าจริงของการไหว้พระเมืองนี้

เลือก 9 วัดอย่างไรให้ครบทั้งความหมายและเส้นทาง

เลข 9 พ้องเสียงกับความก้าวหน้า แต่ 9 วัดที่ดีไม่ใช่แค่วัดดัง 9 แห่งมาเรียงกัน มันควรครบทั้งความหมายและเดินทางถึงกันได้จริง ชุดที่ลงตัวที่สุดของอยุธยาเริ่มจากคู่ใหญ่ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ คือวัดพนัญเชิงที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตริมจุดบรรจบของแม่น้ำ วัดเก่าแก่ที่มีมาก่อนสถาปนากรุงเสียอีก และวัดใหญ่ชัยมงคลกับเจดีย์ชัยของสมเด็จพระนเรศวรที่คนขอเรื่องชัยชนะและการงาน จากนั้นขึ้นเกาะเมืองไปยังวัดสุวรรณดาราราม วัดประจำราชวงศ์จักรี ต่อด้วยวิหารพระมงคลบพิตรและพระพุทธรูปสำริดองค์มหึมากลางเขตพระราชวังเก่า วัดธรรมิกราชที่อยู่ถัดกัน แล้วข้ามคลองเมืองไปวัดหน้าพระเมรุ วัดที่รอดจากคราวเสียกรุงปี 2310 มาได้ทั้งหลัง ปิดท้ายด้วยสามวัดริมน้ำฝั่งตะวันตก คือวัดโลกยสุธารามกับพระนอนกลางแจ้ง วัดกษัตราธิราชวรวิหาร และวัดท่าการ้อง เก้าแห่งนี้ครบทั้งพร ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญคือเรียงเป็นวงเดียวรอบเกาะโดยไม่ต้องย้อนเส้นทางเลย

เส้นทางบกแบบไม่วกวน: ลำดับ จุดจอด และเวลาต่อวัด

หัวใจของเส้นบกคือวนตามเข็มนาฬิการอบเกาะรอบเดียวจบ เริ่มเช้าที่วัดพนัญเชิงตอนลานยังเย็นและควันธูปยังบาง ต่อด้วยวัดใหญ่ชัยมงคลซึ่งอยู่ห่างกันไม่กี่นาที สองวัดนี้ใหญ่และคนเยอะที่สุดในชุด เผื่อเวลาไว้แห่งละราวครึ่งชั่วโมงถึงสี่สิบห้านาที แล้วข้ามสะพานขึ้นเกาะไปวัดสุวรรณดาราราม ซึ่งเงียบกว่ามากและใช้เวลาสั้น จากนั้นตัดเข้ากลางเกาะ จอดรถครั้งเดียวแถววิหารพระมงคลบพิตรแล้วเดินถึงวัดธรรมิกราชได้เลย ประหยัดทั้งเวลาหาที่จอดและแรง ข้ามคลองเมืองไปวัดหน้าพระเมรุช่วงเที่ยง ซึ่งวิหารมีหลังคาให้หลบแดดพอดี ช่วงบ่ายจึงค่อยลงฝั่งตะวันตก ไล่วัดโลกยสุธาราม วัดกษัตราธิราช และปิดที่วัดท่าการ้อง ตามลำดับนี้วัดเล็กใช้เวลาราวยี่สิบนาทีก็พอ รวมทั้งวันตกราวแปดถึงเก้าชั่วโมงแบบไม่ต้องวิ่ง และไม่มีช่วงไหนที่ต้องขับย้อนกลับทางเดิมเลย

มุมที่ไม่ค่อยมีใครเล่า: วัดสำคัญหันหน้าเข้าแม่น้ำ ไม่ใช่ถนน

ลองยืนหน้าประตูวัดพนัญเชิงแล้วสังเกตดู ทางเข้าที่สง่าที่สุดของวัดไม่ได้เปิดสู่ลานจอดรถ แต่เปิดสู่แม่น้ำ วัดกษัตราธิราชกับวัดท่าการ้องก็เช่นกัน ทั้งสองตั้งท่าน้ำของตัวเองยื่นลงเจ้าพระยา นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อยุธยาถูกสร้างบนเกาะที่แม่น้ำสามสายโอบไว้ ถนนหลวงของราชธานีคือสายน้ำ ราชทูตมาถึงทางเรือ ขบวนพยุหยาตราเคลื่อนทางชลมารค และชาวบ้านก็พายเรือมาทำบุญที่ท่าน้ำหน้าวัดนั่นเอง ประตูริมน้ำจึงเป็นประตูหน้า ส่วนทางเข้าฝั่งถนนที่เราคุ้นกันทุกวันนี้เป็นของที่มาทีหลังนานนัก การไหว้พระทางเรือจึงไม่ใช่การหาลูกเล่นใหม่ให้ทริป แต่คือการกลับไปเข้าวัดทางประตูที่วัดตั้งใจหันมาให้ตั้งแต่ต้น และเห็นกรุงเก่าในมุมที่มันถูกออกแบบมาให้ถูกมองเห็น

ไหว้พระทางเรือ: วัดริมน้ำองค์ไหนอยู่ในเส้นทาง และจังหวะเวลาที่เหมาะ

แม่น้ำที่โอบเกาะเมืองพาคุณผ่านวัดริมน้ำได้เกือบครึ่งของชุดเก้า จากท่าเรือ เรือจะเลาะผ่านหน้าวัดพนัญเชิงตรงจุดบรรจบของป่าสักกับเจ้าพระยา อ้อมใต้เกาะผ่านวัดพุทไธศวรรย์ วัดยุคต้นกรุงที่ปรางค์ขาวตั้งรับแม่น้ำเต็มหน้า ขึ้นฝั่งตะวันตกผ่านวัดกษัตราธิราชและวัดท่าการ้องซึ่งมีท่าน้ำของตัวเองทั้งคู่ และได้เห็นวัดไชยวัฒนารามจากกลางน้ำเป็นของแถมที่เส้นบกให้ไม่ได้ วิธีที่ลงตัวคือแบ่งวันเป็นสองท่อน เช้าใช้รถเก็บวัดบนเกาะที่เรือเข้าไม่ถึง แล้วมอบช่วงบ่ายให้สายน้ำ รอบเรือเลือกเวลาออกได้เอง จะวางช่วงล่องไว้ตรงบ่ายแก่ที่แผ่นดินร้อนสุดก็ได้ หรือถ้าอยากได้ภาพที่จำไปทั้งชีวิต ให้เลือกชั่วโมงท้ายของวัน ตอนแสงทองลงจับปรางค์ริมน้ำทีละองค์ แล้วปล่อยให้วัดสุดท้ายของทั้งเก้าค่อย ๆ ลอยเข้ามาหาคุณเหมือนที่มันเคยลอยเข้ามาหาผู้แสวงบุญเมื่อหลายร้อยปีก่อน

เตรียมตัวก่อนไหว้: การแต่งกาย ของไหว้ และมารยาทในวัด

เก้าวัดนี้ยังเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาและคนท้องถิ่นมาทำบุญจริง ไม่ใช่โบราณสถานร้าง การแต่งกายจึงสำคัญ เลือกเสื้อคลุมไหล่และกางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า ผ้าเนื้อเบาสีอ่อนจะช่วยได้มากในเมืองที่ร้อนแทบทั้งปี ถอดรองเท้าก่อนขึ้นวิหารทุกครั้ง ซึ่งแปลว่ารองเท้าแบบสวมถอดง่ายคือเพื่อนแท้ของวันนี้ ของไหว้ไม่ต้องเตรียมจากบ้าน แทบทุกวัดมีชุดธูปเทียนดอกไม้และแผ่นทองคำเปลวจำหน่ายหน้าวิหาร การซื้อตรงนั้นถือเป็นการร่วมทำนุบำรุงวัดไปในตัว เวลากราบพระให้นั่งเก็บปลายเท้าไม่ชี้ไปทางพระพุทธรูป สตรีไม่ถวายของกับมือพระโดยตรง และภายในวิหารให้ลดเสียงลงเสมอ ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด คืออย่านับจำนวนจนลืมไหว้ ถ้าถึงวัดที่เก้าไม่ทันก็ไม่มีอะไรเสียหาย คนโบราณไม่ได้นับรอบ เขาแค่มาหาแม่น้ำและพระพุทธรูปด้วยใจที่ตั้งมั่น ซึ่งนั่นต่างหากคือแก่นของการไหว้พระทั้งเก้า